รายงานจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการสำรวจพื้นที่ปลูกยางพาราในเขตพื้นที่ จังหวัดอุดรธานี หนองคาย หนองบัวลำภู เลย สกลนคร นครพนม และบึงกาฬ พบว่า มีประมาณ 2,281,966 ไร่ มีพื้นที่กรีดยางพาราได้ 884,309 ไร่
พร้อมกันนี้ได้แจ้งเตือนเกษตรกรว่า ในช่วงนี้ขอให้เตรียมระวังโรคราขาว ซึ่งเกิดจากเชื้อราจำพวกเห็ดชั้นสูง มักระบาดในช่วงฤดูฝนที่เกิดขึ้นได้กับทั้งยางอ่อนและยางแก่ โดยแปลงยางที่เป็นโรคราขาว สามารถสังเกตได้จากมีต้นยางยืนต้นตาย พุ่มใบยางเปลี่ยนเป็นสีเหลืองแกมส้ม ขอบใบห่อลง ใบร่วงหมดทั้งต้น ถ้าตรวจดูที่รากจะเห็นเส้นใยของเชื้อราแตกสาขาเป็นร่างแหจับติดแน่น และแผ่ปกคลุมราก เส้นใยอ่อนมีลักษณะสีขาวปลายแบน เมื่อเส้นใยอายุมากขึ้นจะนูนกลม และกลายเป็นสีเหลืองจนถึงสีน้ำตาลซีด
ในช่วงที่มีฝนตกอาจมีดอกเห็ดขึ้นบริเวณโคนต้นยาง ลักษณะเป็นแผ่นครึ่งวงกลมแผ่นเดียวกันหรือซ้อนกันหลายแผ่น ผิวบนสีเหลืองแกมส้ม ขอบสีขาว ส่วนผิวล่างมีสีส้มแดงหรือน้ำตาล ถ้าตัดดอกเห็ดตามขวาง จะเห็นชั้นบนเป็นสีขาวและชั้นล่างเป็นสีน้ำตาลแดงชัดเจน นอกจากนี้ สปอร์เชื้อรายังแพร่กระจายได้โดยน้ำ ลม และแมลง สามารถเข้าทำลายต้นยางทางบาดแผล ทำให้ต้นยางเป็นโรคได้
สำหรับวิธีการป้องกัน เกษตรกรต้องมีการเตรียมพื้นที่ปลูกยางพาราใหม่หรือปลูกแทน และจะต้องกำจัดเศษ รากยาง เศษตอไม้นำไปเผาทำลาย ไถพลิกหน้าดิน โดยตากดินไว้ประมาณ 10-20 วัน แล้วไถพลิกหน้าดินอีกครั้ง และผสมผงกำมะถันประมาณ 150-200 กรัมกับดินในหลุมปลูกยาง ทิ้งไว้ 1-2 เดือนก่อนปลูกยาง เพื่อทำลายเชื้อราอันอาจทำให้เกิดโรค และหากตรวจพบโรคราขาว ควรขุดร่องล้อมรอบต้นยางที่เป็นโรค ไม่ให้รากยางที่เป็นโรคไปสัมผัสกับรากยางที่ไม่เป็นโรค แล้วตัดต้นและกำจัดรากต้นที่เป็นโรคออกจากแปลง นำไปเผาทำลายให้หมด.
|